Monday, 6 December 2010

ความหมายของคำว่า "ส้วม"




ความหมายของ “ส้วม” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต มีความหมายถึง ที่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "ที่อึและที่ฉี่") ซึ่งคำว่า "ส้วม" เป็นคำเก่าแก่ที่ใช้กันมาตั้งแต่ก่อนสมัยรัตนโกสินทร์  จากหนังสือ "ส้วมและเครื่องสุขภัณฑ์ในประเทศไทย" ของมนฤทัย ไชยวิเศษ ได้แจกแจงความหมายของคำว่า "ส้วม" ไว้ดังนี้


------------------------------------------------------------------------------

คำว่าส้วมในภาษาล้านนามีความหมายว่า "หิ้งบูชา หรือที่นอนของพระ" โดยเฉพาะของเจ้าอาวาส ส่วนทางอีสานหรือลาว คำว่า "ส้วม" จะหมายถึง ห้องนอนของลูกสาวหรือเจ้าบ่าว-เจ้าสาวด้วย ส่วนคำอื่นที่มีความหมายว่าส้วม เช่น ห้องสุขา เวจ (เว็จ) ถาน (ส้วมของพระ) สีสำราญ และอุโมงค์ (สองคำหลังเป็นคำเรียกสถานที่ขับถ่ายของผู้หญิงที่อยู่ในวังหรือผู้หญิงชาววังที่มิใช่เจ้านาย) แต่สำหรับเจ้านายชั้นสูงหรือกษัตริย์จะใช้คำว่า "ห้องบังคน" เป็นคำที่มาจากภาษาเขมร ส่วนในปัจจุบัน คำว่า "ห้องส้วม" หรือ "ห้องสุขา" มักจะหมายถึง ห้องหับเล็ก ๆ ที่มิดชิด มีส่วนประกอบคือโถนั่งแบบชักโครก หรือส้วมที่ต้องนั่งยอง ๆ


— มนฤทัย ไชยวิเศษ

-------------------------------------------------------------------------------

คำว่า “สุขา” น่าจะมาจากชื่อของ "กรมศุขาภิบาล" ที่ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกสั้น ๆ ว่า "กรมศุขา" (มีความหมายถึง การบำรุงรักษาความสุข) และมีการเปลี่ยนคำเขียนเป็น สุขาภิบาล ดังนั้นห้องสุขาภิบาลหรือที่เรียกอย่างย่อว่า ห้องสุขา มีความหมายว่า "ห้องที่สร้างโดยสุขาภิบาลสำหรับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ" โดยมีหน่วยงานกรมศุขาภิบาลทำหน้าที่ในการรักษาความสะอาดของพระนครและป้องกันโรคระบาดในสมัยนั้น



ที่มา: วิกิพิเดีย

ถอดรหัสความยิ่งใหญ่ "เพลงสรรเสริญพระบารมี" เพลงพ่อของชนชาวไทย







ในยุคที่มีคนเปรียบเปรยว่าเราอยู่ในยุค “นกแก้วนกขุนทอง” คือ “ยุคทองแห่งการท่องจำ” ไม่ใช่ “ยุคใช้สติไถ่ถามเพื่อหาเหตุผล” เนื่องในโอกาสวันพิเศษวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาปีนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เชิญผู้เชี่ยวชาญมาถอดรหัสความยิ่งใหญ่ของ “เพลงสรรเสริญ” ให้ชาวไทยยุคนกแก้วนกขุนทองทุกคนได้เข้าใจ...


เรื่องนี้ รศ.ดร.ดวงมน จิตรจำนงค์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี เมธีอาวุโส สกว.สาขาวรรณคดี ปี 2547 อีกทั้งยังเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยดีเด่นประจำปีล่าสุด ถอดรหัสความหมาย เพลงนี้มีความหมายที่ดีและลึกซึ้งมากๆ ว่าข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอกราบไว้พระองค์ผู้มีบุญญาธิการ ซึ่งพระองค์ที่ปกครองปวงชนให้เป็นสุข ด้วยใบบุญของพระองค์ประชาชนจึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงขอบันดาลให้พระองค์สมประสงค์ในทุกสิ่ง เป็นการถวายพระพรชัยแด่พระองค์


ที่นี้ลองมาไล่กันดูที่ละประโยค

“ข้าวรพุทธเจ้า… หมายถึง ข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นข้าของพระองค์ผู้ประดุจดังพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าในที่นี้ก็คือ เป็นผู้ตรัสรู้และโปรดมวลมนุษย์ให้บรรลุธรรม ให้พ้นจากกิเลส เพราะในมโนทัศน์ของไทยโบราณถือว่ากษัตริย์คือพระโพธิสัตว์


เอามโนและศิระกราน... หมายถึง ขอเอาดวงใจและศีรษะก้มน้อมกราบ


นบพระภูมิบาล บุญดิเรก... หมายถึง ขอนบไหว้พระผู้ปกครองแผ่นดิน ผู้มีบุญญาธิการอันใหญ่หลวง


เอกบรมจักริน... หมายถึง ทรงเป็นวงศ์แห่งพระจักรีอันประเสริฐ


พระสยามินทร์... หมายถึง เป็นผู้เป็นใหญ่แห่งสยาม


พระยศยิ่งยง... หมายถึง เกียตริยศของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่และยืนนาน


เย็นศิระเพราะพระบริบาล... หมายถึง พวกเราจึงร่มเย็นด้วยการปกครองของพระองค์


ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์... หมายถึง พระคุณของพระองค์มีผลรักษาปวงประชาให้เป็นสุข


ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด... หมายถึง ขอพระคุณนั้น บันดาลให้สิ่งที่พระองค์ประสงค์สำเร็จตามความปรารถนา


จงสฤษฎ์ดัง หวังวรหฤทัย... หมายถึง ขอให้ได้ดังใจหวัง


ดุจถวายชัย ชโย...หมายถึง ดังที่ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัย



อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย ย้ำว่าคนที่รู้ความหมายของเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อร้องเพลงความรู้สึกจะรับรู้ได้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่มาของความผาสุกของแผ่นดิน เขาก็จะเกิดความจงรักภักดี และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ แต่ถ้าใครที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน เหมือนกับว่าชินแล้วก็อาจจะไม่ค่อยได้คำนึงถึงความหมาย


“ถามว่าความหมายของเพลงเป็นข้อจำกัดไหม จริงๆ อยากจะบอกว่าเวลาร้องเพลงก็จะเกิดความทราบซึ้ง แต่ว่าความทราบซึ้งมันก็คงว่าด้วยการศึกษา ซึ่งเราคงไม่โทษเด็ก แต่คงเป็นระบบการศึกษามากกว่า ว่าเขาสอนกันยังไง บางทีครูใช้อำนาจบังคับมากก็ไปกันใหญ่ เด็กและวัยรุ่นไม่ชอบการบังคับ ดังนั้นควรที่จะสร้างสติปัญญาและสร้างความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณให้พวกเขาเข้าใจในเพลงนี้จะดีกว่าเพราะเพลงนี้นับได้ว่ายิ่งใหญ่และมีความไพเราะ ที่สำคัญยังสร้างความเป็นเอกภาพ และเป็นศูนย์รวมของจิตใจของคนไทยด้วย เวลาที่เราร้องเพลง เรารู้สึกภูมิใจ เพราะเราเข้าใจความหมาย สมมติว่าเราฟังเพลงทุกวันนี้ถ้าเข้าใจความหมาย ก็จะซาบซึ้งกับเพลงนั้น เหมือนวัยรุ่นในปัจจุบันที่ฟังเพลงแล้วชื่นชอบ”


สุดท้าย สุดยอดนักภาษาไทยของเมืองไทยกล่าวเคล็ดลับทิ้งท้ายด้วยว่า เวลาจะร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือเพลงใดก็แล้วแต่ คนที่ร้องก็ต้องเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเพลงด้วย เพลงนั้นถึงจะซาบซึ้งไปถึงจิตใจของเรา


ด้านนายบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรชาวไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกที่เคยคอนดักเตอร์ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” มากมาย กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ฟังพอสังเขปว่า ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ที่เมืองไทยได้มีการเริ่มแต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีของเรามาใช้เอง เพราะก่อนหน้านั้นเราใช้ God Save the King ของประเทศอังกฤษ และเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้แต่งโดยชาวรัสเซีย ซึ่งแต่งออกมาได้ไพเราะมาก ส่วนความหมายของเพลงเข้าใจว่าเนื้อหาใจความก็คือสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ที่ทำให้ปวงชนอยู่อย่างผาสุก


“เมื่อไม่นานนี่ ผมมีโอกาสได้คอนดักฯ เพลงสรรเสริญพระบารถึง 9 รอบ ซึ่งเวอร์ชั่นที่ผมเล่นมันน่าตื่นเต้น เพราะมีคนร้องตั้ง 150 กว่า คน วงออร์เคสตราก็มีประมาณ 300 คน สำหรับผมเกิดมาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน รู้สึกตื่นเต้น แต่รู้สึกสนุกมากกว่า เพราะได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก และได้มีโอกาสคอนดักเพลงที่ตัวเองชอบ ที่สำคัญได้ถวายเกียรติในหลวง ซึ่งมีคนไทยมาร้องร่วมกันหลายคน รวมถึงคนดูก็ร้องเพลงสรรเสริญด้วย ผมเองก็หันไปคอนดักคนดูด้วยกลายเป็นวงคอรัสที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยคอนดักมา สำหรับความหมายและทำนองผมว่าเร้าใจมาก โดยเฉพาะตอนสุดท้ายที่โน้ตขึ้นสูงผมรู้สึกขนลุก แล้วเวลา "ดุจถวายชัย ชโย...." ท่อนนี้แหละที่ผมคอนดักทีไรก็ขนลุกทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าคอนดักเตอร์สามารถดึงจังหวะให้ช้าลงเยอะๆ มันจะทำให้เร้าใจยิ่งขึ้น เป็นเทคนิคที่ผมใช้”


วาทยากรระดับโลก กล่าวถึงพระมหากษัตริย์ไทยด้วยว่า ถ้าเป็นนักดนตรีในประเทศนี้ ต้องได้รับอิทธิพลบางอย่างจากในหลวง ซึ่งเป็นนักดนตรี และเราก็ได้ฟังเพลงของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เกิด


“ผมก็เหมือนกับคนไทยทุกคน ที่มีพระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจ เพราะว่าพระองค์ให้ความสำคัญกับดนตรีมาก แล้วพระองค์ก็ทรงตรัสเสมอว่าดนตรีเป็นสิ่งที่ดี และสนับสนุนให้คนไทยได้ฟังดนตรีดีๆ ได้เล่นดนตรี พูดง่ายๆ คือเราโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์เช่นนี้ เพราะไม่ใช่ทุกประเทศที่จะได้มีพระมหากษัตริย์เช่นนี้ ซึ่งพระองค์ตั้งพระทัยทำงาน และเป็นต้นแบบที่ดีในหลายๆ ด้านให้กับประชาชน ในต่างประเทศเองเขาก็สนใจที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่สนใจในด้านดนตรีขนาดนี้ เพราะไม่ค่อยมีกษัตริย์ที่สนใจในด้านนี้สักเท่าไหร่ ในประวัติศาสตร์มีเพียงแค่ 2-3 พระองค์ที่เล่นดนตรีได้ แต่กษัตริย์ที่แต่งเพลง มีเพียงพระองค์เดียวในโลก ซึ่งก็คือในหลวงของเรา "


สุดท้าย คอนดักเตอร์คนไทยฝีมือระดับโลก กล่าวถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา


“ข้าพระพุทธเจ้าอยากจะขอบพระทัยพระองค์ที่ทรงเป็นต้นแบบให้กับนักดนตรีทุกคนในประเทศนี้ สุดท้ายขอถวายพระพรให้พระองค์สุขภาพดีตลอดไป”



ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์



Sunday, 5 December 2010

King of Kings

ทำนอง : พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เนื้อร้อง : สุรักษ์ สุขเสวี
อัลบั้ม : H.M.BLUES
Arranger: พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
Vocals: รวมศิลปิน






เหนือบัลลังก์ราชัน ใต้ไตรรงค์ธงไทย โลกระบือลือไกล

กษัตราผู้เปี่ยมน้ำพระทัย ผู้ครองแผ่นดินนี้

พระทรงคอยปัดเป่า ทุกข์และความกังวล หลอมรวมใจปวงชน

ประหนึ่งดังพระนามภูมิพล มหาราชเกริกไกร



โลกต่างชื่นชมพระบารมี ล้ำศักดิ์เลิศศรีไปยังแดนไกล

สูงส่งทัดเทียมเทพไท สดุดีไว้ หนึ่งเดียวนี้



* King of Kings, King of Kings

ปกครองไพร่ฟ้า ด้วยความรัก ด้วยธรรมโดยแท้จริง

King of Kings, King of Kings

ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก้องไปทั้งฟ้าดิน

พระทรงครองในทศพิธราชธรรม พระชี้นำให้มีความรักและสามัคคี

King of Kings.



พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย ทุกข์พระวรกาย เพื่อปวงชนชาวไทย

ได้อยู่บนผืนแผ่นดินร่มเย็น ยั่งยืนสืบไป